“ชิรูด์” ตีลังกายิงสุดงาม! เชลซี เชือด แอต.มาดริด 1-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เชลซี เอาชนะ แอตเลติเตียนโก มาดริด ไปได้ 0-1 โดยได้ประตูชัยจาก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ในนาทีที่ 67 ทำให้จบเกม สิงห์บลู เอาชนะไปได้ก่อนในครั้งแรก กุมความได้เปรียบก่อนกลับไปดวลกันที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงกลางเดือนมี.ค.ที่จะถึง

เริ่มเกมในครึ่งเวลาแรกทั้งคู่กลุ่มมานะเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสนุก แม้กระนั้นยังคงทำได้เพียงแค่หวาดเสียวแค่นั้นในช่วง 15 นาทีแรก

ต่อจากนั้นเป็น เชลซี ที่ครองบอลบุกได้มากขึ้น และได้โอกาสได้จบจากลูกยิงไกล อลอนโซ แม้กระนั้นยังไปติดเซฟของ โอบลัค ในนาทีที่ 25

นาทีที่ 38 สิงห์บลู มีลุ้นใกล้เคียงอีกรอบจากจังหวะได้ยิงในกรอบจุดโทษของ แวร์เนอร์ แม้กระนั้นยังคงไปติดเซฟของ โอบลัค อีกรอบ

นาทีที่ 41 แอตฯ มาดริด มีลุ้นจากจังหวะชาร์จจ่อๆของ ซัวเรซ แม้กระนั้น รือดิเกอร์ ยังตามมาบล็อคลูกยิงเอาไว้ได้ทัน

ทำให้จบ 45 นาทีแรก ยังเสมอกันแบบไม่มีสกอร์ 0-0

เริ่มครึ่งเวลาข้างหลังยังคงเป็น เชลซี ที่ครองบอกได้มากกว่า ส่วน แอตฯ มาดริด ยังคงเน้นย้ำตั้งรับและคอยโอกาสสำหรับการสวนกลับ

นาทีที่ 57 ตราหมี ได้โอกาสได้จบจากจังหวะตีลังกายิงของ ฟิลิกซ์ แม้กระนั้นบอลเหินข้ามคานออกไป

ต่อจากนั้น แอตเลติเตียนโก มานะเปิดเกมบุกเพิ่มมากขึ้นเพื่อหวังเอาประตูคืนแม้กระนั้นยังแทบหาจังหวะเจาะเข้าพื้นที่อันตรายมิได้

นาทีที่ 83 สิงโตน้ำเงินคราม สบโอกาสจบอีกรอบจากจังหวะหลุดขึ้นมาทางขวาของ แวร์เนอร์ ก่อนจะซัดมุมแคบไปติดเซฟของ โอบลัค อีกรอบ

ท้ายเกม ทัพตราหมี มานะครองบอลบุกเข้าใส่อย่างมาก แม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะเจาะแผงหลังของ สิงห์บลู ได้

กระทั่งจบ 90 นาที่ เชลซี เอาชนะ แอตเลติเตียนโก มาดริด ไปได้สำเร็จ 0-1

รายนามนักเตะที่ลงไปในสนามตัวจริง

แอตเลติเตียนโก มาดริด : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิกระเป๋า, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ (ลูคัส ตอร์เรร่า น.82), โตมาส์ เลอมาร์ – ชูเอา เฟลิกซ์ (เรนาน โลดี้ น.82), หลุยส์ ซัวเรซ

เชลซี : เอมองอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนบวงสรวง, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.74), มาเตโอ โควาซิช (ฮาคิม ซีเย็ค น.74), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (รีซ เจมส์ น.80), ติเตียนโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.87), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.87)

ลีดส์ คืนฟอร์ม ไล่อัด นักบุญ ยับเยิน 3-0 ขึ้นที่ 10 พรีเมียร์ลีก

ลีดส์ ยูไนเต็ด กลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งหลังจากแพ้มาตลอด 2 นัดหมายหลังสุดด้วยการเปิดบ้านกระหน่ำ เซาธ์แธมป์ตัน 3-0

การประลองฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดู 2020-21 ระหว่าง “ยูงทอง” ลีดส์ ยูไนเต็ด ชั้น 12 ของตาราง เปิดสนามเอลแลนด์ โรด รับการมาเยือนของ “นักบุญ” เซาแธมป์ตัน ชั้น 14 ของตาราง

ผลปรากฏว่า ครึ่งแรกทั้งคู่ทีมเปิดเกมแลกกันอย่างเบิกบาน แต่ว่าสุดท้ายยังหาจังหวะเข้าไปทำคะแนนกันไม่ได้ ทำให้จบครึ่งแรก ลีดส์ ยูไนเต็ด ยังเสมอ เซาแธมป์ตัน อยู่ 0-0

ครึ่งหลัง นาทีที่ 47 ลีดส์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ ส่งบอลทะลุเข้าจุดโทษฝั่งซ้ายให้ แพตทริก กางมฟอร์ด ซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม

แล้วต่อจากนั้นนาทีที่ 78 ลีดส์ หนีเป็น 2-0 จากจังหวะโต้กลับขึ้นมาทางฝั่งขวา เอลแดร์ คอสตา พาบอลเลี้ยงตัดเข้าในก่อนจ่ายแม้กระทั่ง สจ๊วร์ต ดัลลัส แตะต้องบอลเข้าจุดโทษแล้วดีดด้วยซ้ายเสียบมุมเข้าไปอย่างสุดงาม

เหนือกว่าเพื่อนพ้องร่วมทีม!คิมมิชสร้างประวัติศาสตร์ในชปล.

โยชัว คิมไม่ช เปลี่ยนเป็นนักฟุตบอลที่ชนะในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สูงที่สุดจากการลงเล่น 50 ครั้งแรก โดยอันดับ 2เป็นโธมัส มุลเลอร์ กับ ค้างเซไม่โร่
โยชัว คิมไม่ช ดาวเตะ บาเยิร์น มิวนิค ยอดสมาพันธ์แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน สร้างสถิติเป็นนักฟุตบอลที่ชนะเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สูงที่สุดในตอน 50 เกมแรก ภายหลังที่เขาเก็บชัยชนะได้ถึง 38 นัดร่วมกัน

เกมรอบ 16 ทีมในที่สุด ครั้งแรก ที่ บาเยิร์น คว้าชัยเหนือ ลาซิโอ 4-1 เมื่อวันอังคารที่ 23 เดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการลงสู่สนามในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ 50 ของดาวเตะวัย 26 ปีพอดี ส่วนเจ้าของสถิติเดิมในด้านนี้คือ โธมัส มุลเลอร์ เพื่อนพ้องร่วมทีมของ คิมไม่ช กับ ค้างเซไม่โร่ มิดฟิลด์ เรอัล มาดริด ภายหลังทั้งคู่ทำเอาไว้ที่ 36 เกม

ดังนี้ เกมแรกในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ของ คิมไม่ช เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มของฤดูกาล 2015-16 โดยวันนั้นเขาลงเป็นตัวสำรองในตอน 15 นาทีในที่สุดของเกมที่ บาเยิร์น ชนะ โอลิมเปียกอส 3-0 เมื่อตอนก.ย. ปี 2015 ซึ่งตลอดตอน 50 นัดที่ผ่านมาเขาทำเป็น 10 ประตู และก็แพ้ไปเพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้น

5 ขั้นตอนแรกที่ชนะเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก มากที่สุดในตอน 50 ครั้งแรกที่ลงเล่น
1. โยชัว คิมไม่ช 38 เกม
2. โธมัส มุลเลอร์ 36 เกม
– ค้างเซไม่โร่ 36 เกม
4. มาร์ค-อันเดร แทร์ ชเตเก้น 35 เกม
– ดาเนี่ยล การ์บาฆาล 35 เกม
– อีสโก้ 35 เกม
– มาร์เซโล่ 35 เกม

“ชิรูด์” ยิงท่ายาก! เชลซีเข้มแข็งเชือดแอตมาดริดชูแรก 16 ทีมชปล.

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหหญ่ “สิงห์บลูส์” ยังคงเดินหน้ารักษาสถิติไร้พ่ายแพ้นับจากเข้ามาคุมกลุ่มหลังได้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซัดประตูสุดงามพาทีมเชือด “ตราหมี” 1-0 จับการได้เปรียบก่อนดวลกันนัดหมายตัดสินวันที่ 17 มี.ค. นี้ ในศึกบอล ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก (รอบ 16 กลุ่มในที่สุด ครั้งแรก) คืนวันอังคารก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา
สนาม : อารีน่า ทุ่งนาว่ากล่าวโอนาล่า, บูค้างเรสต์ (สนามกลาง)

ดีเอโก้ สิเมโอเน่ ผู้ฝึกสอน แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด ผู้นำฝูงลา ลีกา พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการด้อยกว่าแชมป์กลุ่ม เอ ก่อนแพ้เลบันเต้ 0-2 ในเกมลีกล่าสุด เป็นการแพ้ครั้งแรกในรอบ 8 เกม

ส่วนทาง โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่ เชลซี ซึ่งเข้ามารับงานต่อจากแฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตกาลกุนซือผู้พาทีมมาเล่นรอบนี้ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม อี ก่อนที่ผู้ฝึกสอนเยอรมันจะพาทีมเสมอเซาธ์หมูแฮมป์ตัน 1-1 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 6 เกมแล้วตั้งแต่เข้ามารับงาน

เปิดฉากได้เพียงแค่ 2 นาที เชลซี หวุดหวิดงานเข้าจากความไม่มีความระมัดระวังของ เอมองอาร์ เมนดี้ จับบอลยาวโดน ซาอูล ญีเกซ สอดมาฉกดวงไม่ดีแตะต้องยาวตามเล่นไม่ทันในที่สุดหลุดออกหลังไป

ต่อมานาทีที่ 10 เป็น “ตราหมี” ลุยตลอดจากบอลทางฝั่งขวาของ ยกเอา เฟลิกซ์ ดึงจัวหวะตักห้อยไปเสาไกลแทบถึง อังเคล กอร์เรอา แต่ว่ายังไม่ผ่าน มาร์กอส อลอนโซ่ ตามมาสกัดทิ้งได้ทัน

4 นาทีต่อมา แอต.มาดริด เสียโอกาสทองจากควาผิดพลาดของแนวรับ เชลซี เสียเหลี่ยมโดน หลุยส์ ซัวเรซ ฉกบอลพาเข้าเขตโทษก่อนแทงไปเสาถึง โตมาส์ เลอมาร์ สอดมาทิ้งตัวชาร์จแต่ว่าไม่ทันหลุดออกหลังไป

นาทีต่อมา “สิงห์บลูส์” แลกหมัดเฉียบพลันจากจังหวะเปิดทาขวาของ เมสัน เม้าน์ท บอลแรงเลย ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ ที่สอดมาเสาแรกผ่านหน้าประตูหลุดออกข้าง

กลางทางผ่านกลายเป็น เชลซี ทำได้ดีมากยิ่งกว่าโอกาสนี้จากจังหวะชิ่งสุดสวยบอลหลุดมาหน้าเขตโทษฝั่งซ้ายเข้าทาง มาร์กอส อลอนโซ่ ตวัดตามน้ำเรียดเด้งพื้นเข้ามือ ยาน โอบลัค ล้มตัวรับไม่พลาด

นาทีที่ 39 จากความสามารถส่วนตัวของ ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ พาบอลดึงหนี สเตฟาน ซาวิช หลุดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนซัดยัดเสาแรกไปติดเซฟ ยาน โอบลัค ตบทิ้งออกมาหวุดหวิด

นาทีต่อมา “ตราหมี” สวนกลับเร็วเป็น อังเคล กอร์เรอา หลุดขึ้นมาด้านขวาก่อนได้โอกาสดีดเข้าในให้ หลุยส์ ซัวเรซ ได้ทิ้งตัวซัดแต่ว่าหลักไม่ดียิงไม่โดนบอลเสียโอกาสสำคัญอย่างน่าเสียดาย

หมดครึ่งเวลาแรก แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด 0 เชลซี 0

นาทีที่ 55 เชลซี มานะเร่งเครื่องโอกาสนี้เป็น คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย พาบอลลากตัดเข้าในก่อนก้มตัวซัดด้วยซ้ายไปแฉลบบล็อคแนวรับ “ตราหมี” ห้อยเข้ามือ ยาน โอบลัค

3 นาทีต่อมาจากข้อผิดพลาดของแนวรับ เชลซี โขกบอลไม่ดีกลายเป็นตั้งให้ ยกเอา เฟลิกซ์ ลอยตัวรถจักรยานอากาศในกรอบเขตโทษแต่ว่าโดนไม่ดีเหาะผ่านคานออกไปไกล

แต่ว่าแล้วนาทีที่ 69 “สิงห์บลูส์” ทะยานออกนำจากลูกครอสด้านซ้ายของ มาร์กอส อลอนโซ่ บอลอลเวงในที่สุดไปโดน มาริโอ เอร์โมโซ่ ลอยโด่งเข้าทาง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทิ้งตัวรถจักรยานอากาศด้วยซ้ายเด้งพื้นผ่านมือ ยาน โอบลัค ซุกก้นตาข่ายงามหยด

จากจังหวะนี้มีธงล้ำหน้ายกตามขึ้นมา เฟลิกซ์ ไบรช์ ผู้ตัดสินใช้เวลาฟังสัญญาณ วีเออาร์ อยู่นานก่อนเป่าการันตีให้เป็นประตูขึ้นนำ เชลซี

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด 0 เชลซี 1

รายนามนักเตะที่ลงสนามตัวจริง

แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, สเตฟาน ซาวิช, เฟลิเป้, มาริโอ เอร์โมโซ่ (วิโตโล่ น.84) – อังเคล กอร์เรอา (มุสซ่า เดมเบเล่ น.82), โกเก้, ซาอูล ญีเกซ (ลูคัส ตอร์เรร่า น.82), โตมาส์ เลอมาร์ – ยกเอา เฟลิกซ์ (เรนาน โลดี้ น.82), หลุยส์ ซัวเรซ

ผู้ฝึกสอน : ดีเอโก้ สิเมโอเน่

เชลซี (4-3-3) : เอมองอาร์ เมนดี้ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ – เมสัน เม้าน์ท (เอ็นโกโล่ ก็องเต้ น.74), มาเตโอ โควาสิช (ฮาคิม ซีเย็ค น.74), จอร์จินโญ่ – คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย (รีซ เจมส์ น.80), ว่ากล่าวโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิสิช น.87), โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (ไค ฮาแวร์ตซ์ น.87)

ผู้ฝึกสอน : โธมัส ทูเคิ่ล

ผู้ตัดสิน : เฟลิกซ์ ไบรช์ (เยอรมัน)

ค้อนลุ้นไปชปล.เต็มตัว! ลินการ์ดช่วยเติมเต็มสิ่งที่เวสต์หมูแฮมหายไป

ช่วงเดือนที่ผ่านมาเว้นเสียแต่นักเตะ “เรือใบสีฟ้า” ที่ทำผลงานไร้ที่ตำหนิแล้ว เราคงจะมองข้ามนักเตะจากกลุ่ม เวสต์หมูแฮม มิได้เนื่องจากว่าพวกเขาโชว์ฟอร์มเจ๋งจนกระทั่งบินสูงขึ้นมาลุ้นตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบอัศจรรย์ และผู้ที่ทำให้สื่อจำเป็นต้องหันมาจับตาไม่ใช่ผู้ใดที่แหน่งใดเขาเป็น เจสซี่ ลินการ์ด อดีตกาลมหาเทพของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเอง
หลังจากคอยมานานแสนนาน เดวิด มอยส์ ก็สามารถเอาชนะ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้เป็นครั้งแรก (เคยเจอะกันมา 15 นัดหมาย) หลังพา เวสต์หมูแฮม เฉือน สเปอร์ส 2-1 เมื่อช่วงคำ่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องจริงเว้นเสียแต่ความสามารถของกองทัพ “ขุนค้อน” แล้วดวงก็มีส่วนที่ทำให้กลุ่มคว้าสามแต้มด้วยเนื่องจากว่าช่วง 10 กว่านาคราวท้ายมีจังหวะที่ เอ็งเร็ธ เบล วอลเลย์ชนคาน รวมถึงจังหวะที่แผงหลังเวสต์หมูแฮมเคลียร์บอลไปโดน แก่นแก้ว ฮึง-ไม่น แล้วบอลย้อยมาชนเสา

สิ่งที่น่าจะเป็นใจความสำคัญหลังเกมเยอะที่สุดเป็นอนาคตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เพราะว่าความพ่ายแพ้คราวนี้ถือว่าเป็นการปราชัยเกมที่ 6 จาก 8 นัดหมายหลังสุดในทุกรายวิธีการทำให้พวกเขามีแต้มห่างจากท็อปโฟร์ถึง 9 แต้มแล้ว ขณะที่ชัยชนะของ เวสต์หมูแฮม ช่วยให้พวกเขารั้งอันดับ 4 ของตารางเนื่องจากว่า เชลซี สะดุดเสมอกับ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน

เดินหน้าผลงานหรู!ทูเคิ่ลคุมทีมเสีย2ลูกจาก8เกมต่อจากมูรินโญ่

โธมัส ทูเคิ่ล นายใหญ่เชลซี ยังคงคุมทีมด้วยฟอร์มที่สุดยอดเกินยับยั้งใจ ล่าสุดนำ “สิงโตสีน้ำเงินคราม” บุกสอย แอตเลว่ากล่าวโก มาดริด 1-0 ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมในที่สุด ครั้งแรก โดยที่ไม่เสียประตู ทำให้เขาเป็นที่ปรึกษาผู้ที่ 2 ต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ที่คุมทีมเสียประตู 2 ลูกจาก 8 เกมที่จับบังเหียน
โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเยอรมันของ เชลซี สร้างผลงานดีมีคุณภาพโดยตลอดโดยเขานำ “สิงโตสีน้ำเงินคราม” เสียแค่ 2 ประตูจากการกุมบังเหียน 8 แมตช์ ซึ่งในประวัติศาสตร์สโมสรมีเพียงแต่ โชเซ่ มูรินโญ่ เพียงแค่นั้นที่เคยทำได้อย่างงี้

กองทัพ “สิงห์บลูส์” ยังสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นตั้งแต่แมื่อที่ ทูเคิ่ล ได้รับการแต่งให้คุมทีมแทน แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่โดนปลดออกจากตำแหน่ง โดยเขานำสโมสรเก็บชัยชนะได้ถึง 6 เกม และก็เสมอเพียงแต่ 2 แมตช์จากการทุกรายการ

แกร่งแถมราคาไม่แพง,คาบัคไม่น่าพึ่งได้!5เหตุผลหงส์แดงควรเซ็น “นิโคล่า มิเลนโควิช”

เมื่อเร็วๆนี้ สกาย สปอร์ตส์ เยอรมนี ตีข่าวสารว่า หงส์แดง พร้อมเปิดศึกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วก็ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สำหรับเพื่อการชิงตัว นิโคล่า มิเลนโควิช กองหลังตัวกลาง ร่างยักษ์เลือดเซิร์บของ ฟิออเรนตำหนิน่า มาเสริมกองทัพข้างหลังจบฤดูนี้ ซึ่งนับว่าเป็นผู้เล่นที่น่าดึงดูดเยอะมากๆ แล้วก็นี่คือ 5 เหตุผลที่ “ลิเวอร์พูล” ของผู้จัดการทีมฟุตบอล พบร์เก้น คล็อปป์ ควรดึง มิเลนโควิช มาเสริมหลังบ้านไว้ลุยฤดูหน้า
– คาบัค ไม่น่าจะเวิร์ค
หงส์แดง ยืม โอซาน คาบัค กองหลังตัวกลาง ดาวรุ่งกลุ่มชาติตุรกี มาจาก ชาลเก้ 04 แบบเร่งด่วนในวันปิดตลาดหน้าหนาว ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวเล่นได้แกร่งในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดเจอกับ เครื่องปรับอากาศเบ ไลป์ซิก แต่ว่าสองเกมในศึก พรีเมียร์ลีก ที่ดวลกับ เลสเตอร์ สิตี้ แล้วก็ เอฟเวอร์ตัน นั้น บอกได้เลยว่า คาบัค อาการน่าห่วง แล้วก็มีแววที่จะแจ้งกำเนิดในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีไม่ได้ ซึ่งนั่นก็มีความหมายว่า หงส์แดง อาจจะต้องส่งเจ้าตัวกลับ ชาลเก้ ข้างหลังจบฤดู โดยเหตุนี้จึงจำเป็นอย่างมากที่สมาพันธ์ควรมองหาปราการหลังคนใหม่ แล้วก็ มิเลนโควิช นับว่าเป็นช่องทางที่ไม่เลว